Home » สิ่งที่ต้องรู้ก่อน การต่อเติมครัวหลังบ้าน

สิ่งที่ต้องรู้ก่อน การต่อเติมครัวหลังบ้าน

 

การต่อเติมครัวหลังบ้าน

 

1. การออกแบบต่อเติมครัวหลังบ้าน

การวางแผน ออกแบบที่ดี จะช่วยเพิ่ม พื้นที่ใช้สอย ให้ตัวบ้าน มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ ถ้าครัวหลังบ้าน มีการวางสัดส่วน พื้นที่ต่อเติม ให้เหมาะสม ก็จะได้ พื้นที่ใหม่ ให้ใช้ประโยชน์ ได้มากขึ้นอีกด้วย

2. ครัวแบบโปร่ง

เป็นการต่อเติม ที่เน้นความโล่งสบาย โดยจะทำให้ครัว มีการระบายอากาศ ที่ดี เมื่อมีการทำอาหาร โดยปกติ จะใช้กระจก ในการ ทำให้ เกิดความสวยงาม แต่ก็จะนำความร้อน เข้ามาสู่ ส่วนต่อเติมได้

นิยมแก้ไข ด้วยการ ติดกระจก ที่สามารถกรองแสงได้ ซึ่งก็ จะใช้ งบประมาณ ที่มากยิ่งขึ้น หรือใช้ไม้ระแนง ทำเป็น พื้นที่บังสายตา ไปด้วย เพื่อช่วยลดความร้อน แต่ครัว อาจะมีแขก ที่ไม่ได้รับเชิญ เข้ามา ในยามวิกาล ทั้งนี้ ควรออกแบบ ให้มีความสอดคล้อง กับบ้านด้วย

3. สำหรับทาวน์โฮม

ทำให้บ้าน มีพื้นที่ใช้สอย มากยิ่งขึ้น การต่อเติมครัวหลังบ้าน แบบนี้ มักมีความยาว ได้เพียง 2 – 3 เมตร ไปถึงรั้ว ขึ้นอยู่กับ บ้านทาวน์โฮม ของผู้ซื้อนั้น ที่มีพื้นที่ ให้สามารถ เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ ก่อสร้าง ได้มากน้อยเพียงใด

นิยมทำเป็น ครัว 2 สเต็ป โดยแยกพื้นที่ เป็นส่วนครัว และส่วนระบายอากาศ สำหรับตากผ้า ใช้กระเบื้อง ปิดผนัง และวางเครื่องดูดอากาศ ให้มีความสูง พอสมควร เพื่อไม่ให้ การทำครัว ส่งกลิ่น ไปรบกวน บ้านข้าง ๆ

4. ถอยร่นตามกฎหมาย

เพื่อทำให้ บ้านปลอดภัย ถูกสุขอนามัย และง่าย ต่อการซ่อมแซม การก่อสร้าง โดยข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องความคุมอาคาร และข้อบัญญัติ และกฎกระทรวง หรือเทศบัญญัติ ของท้องถิ่น มีความสอดคล้องกัน ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 แบบด้วยกัน คือ

    • ระยะร่น คือ การวัดระยะ จากตำแหน่งสาธารณะ เช่น บ่อน้ำ ถนน เข้ามาถึง แนวอาคารของผู้ซื้อ โดยมีระยะห่าง อยู่ที่ 2 – 12 เมตร ขึ้นอยู่กับ ขนาดของตำแหน่งสาธารณะ การตกแต่ง และขนาดของตัวอาคารผู้ซื้อ
    • ส่วนที่เว้นว่าง เป็นการเว้นพื้นที่ในบ้าน โดยเริ่มวัดจาก ที่ดินของผู้ซื้อ เข้าไปหาตัวบ้าน ทั้ง 4 มุม คือ หน้าบ้าน หลังบ้าน และข้างบ้าน โดยมีระยะห่าง อยู่ที่ 1 – 12 เมตร ขึ้นอยู่กับ ขนาด และความสูง ของอาคารที่ก่อสร้างของผู้ซื้อ

5. ครัวออกจากบ้าน

ช่วยแบ่งพื้นที่ ให้เป็นสัดส่วน และป้องกัน ปัญหาดินทรุดตัว ในระยะยาว มักจะ ใช้กับบ้าน ที่มีพื้นที่ กว้างพอสมควร โดยการแยกเสาเข็ม ออกมาเป็น ของห้องครัวเอง

เพราะว่า บ้านมีการ ลงเสา ด้วยปั้นจั่น จึงมีความลึก มากกว่า เสาห้องครัว ซึ่งจะทำให้ เกิดการทรุดตัวของดิน ที่ไม่เท่ากัน จนเกิดรอยแยก ระหว่างบ้าน และห้องครัวได้

การเดินระบบง่าย ไม่ทับกับระบบของบ้าน เมื่อเกิดดินยุบตัว จะลงพร้อมกัน ไปตามระดับ และแก้ไขได้ง่าย อาจเป็นปัญหา ในการตกแต่งบ้าน เมื่อมีส่วนแยก โครงสร้างออกมา ไม่เป็น ตามรูปแบบ หรือลักษณะ ที่คล้ายคลึงกัน จากโครงสร้างบ้าน ที่ทำไว้ ในครั้งแรก จึงควรวางแผนให้ดี

 

ต่อเติมครัวหลังบ้าน

 

6. โครงบ้าน

การวางโครง มี 2 แบบ คือ แบบลงเสา เป็นการต่อเติมครัว แบบแยกออกมา จากตัวบ้าน มีอายุ การใช้งาน ยาวนาน เมื่อดินทรุดตัว จะยังคงห้องไว้อยู่ และแก้ไขได้ง่าย แต่มีราคาสูง

แบบไม่ได้ลงเสา จะยึดกับตัวบ้านเลย ดังนั้นก็ต้องยอมรับ ในเรื่องการทรุดตัว จะทำให้ ครัวที่ต่ออยู่ มีการรอยแตก ไวกว่าแบบลงเสามาก ติดตั้งได้ง่าย และใช้งบน้อย การเลือกเสาควรเลือกจำนวน และขนาดให้ได้มาตรฐาน ซึ่งขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ซื้อด้วย

7. พื้นครัว

มีให้เลือกด้วยกัน 6 แบบ สามารถเลือกได้ ตามความต้องการ ของผู้ซื้อ และตามความเหมาะสม กับตัวบ้าน ได้แก่

  • กระเบื้องเซรามิค มีสี และลวดลาย ให้เลือกมากมาย หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่สูงมาก แต่รับน้ำหนักได้น้อย ดูดซึมน้ำไม่ค่อยดี ทำให้พื้นลื่น
  • กระเบื้องโมเสค เป็นร่องส่งน้ำได้ดี แรงแข็ง ไม่ตกสี มีราคาสูง และทำความสะอาดร่องยาก
  • กระเบื้องแกรนิตโต้ ราคาขึ้นอยู่ กับคุณภาพ ของกระเบื้อง มีความแข็งแรง กันรอยขีดข่วนได้ดี ทำความสะอาดง่าย ใช้ได้ทั้งภายใน และภายนอกบ้าน เมื่อเปียกน้ำพื้นจะลื่น ค่าใช้จ่าย ในการปู ค่อนข้างสูง
  • กระเบื้องหินอ่อน ทำให้พื้นเย็น มีลวดลาย ของธรรมชาติที่สวยงาม หรูหรา แต่มีน้ำหนักมาก และดูแลยาก
  • กระเบื้องดินเผา ให้ความคลาสสิก สวยงาม มีให้เลือก ทั้งแบบเคลือบเงา และไม่เคลือบเงา ระบายความเย็น และความร้อนได้ดี แต่ดูแลยาก ไม่แข็งแรง
  • กระเบื้องแก้ว เป็นการขึ้นรูป จากชั้นแก้ว ลวดลายสวยงาม มีให้เลือกหลากหลาย แต่ทนทานน้อย รับน้ำหนักมากไม่ได้ และราคาสูง

8. เคาน์เตอร์ครัว

สามารถแบ่งออกมาได้ 4 ชนิดตามความนิยมในการตกแต่งครัว ได้แก่

  • หินแกรนิต (Granite) แข็งแรง ทนความร้อนสูง ไม่ด่าง และป้องกัน รอยขีดข่วน ให้ลวดลาย และสีสวยงาม ตามธรรมชาติ ราคาถูก
  • หินสังเคราะห์ (Engineered Stone) มีประสิทธิภาพ ดีกว่าหินแกรนิต มีสีสัน และลวดลาย ในเลือกเยอะ ถูกหลักสุขอนามัย แต่มีราคาสูง
  • ลามิเนต (Laminates) นิยมทำมาเป็นตู้ชุดครัว เพราะสามารถดัด จัดทรงได้ ตามต้องการของผู้ผลิต ราคาไม่สูงมาก ทำความสะอาดง่าย ไม่ป้องกันรอยขีดข่วน และไม่ทนต่อความร้อนสูง
  • สเตนเลส สตีล (Stainless Steel) ปัจจุบันมี การผสมกับวัสดุอื่น ๆ ให้มีความสวยงาม มากยิ่งขึ้น มักใช้ในครัว ที่ใช้งานหนัก มีความทนทานสูง

รับออกแบบภายใน

vastgibbon11

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top