Home » รีวิวซีรีส์ The Umbrella Academy : ดิ อัมเบรลลา อคาเดมี่

รีวิวซีรีส์ The Umbrella Academy : ดิ อัมเบรลลา อคาเดมี่

 

The Umbrella Academy : ดิ อัมเบรลลา อคาเดมี่ ซีรีส์สัญชาติอเมริกัน แนวแอคชั่น, ผจญภัย สร้างสรรค์โดย สตีฟ แบล็คแมน

 

เป็นเรื่องราว ของเหตุการณ์ประหลาด ที่สาวบริสุทธิ์ ได้กำเนิดลูก กว่า 43 คน โดยเด็กทุกคน จะมีพลังพิเศษ แอบแฝงอยู่ แต่มีเด็ก 7 คน ที่ เซอร์ เรจินัลด์ ฮาร์กรีฟส์ ( คอล์ม ฟิออร์ ) ได้อุปถัมภ์

และได้ก่อตั้ง อัมเบรลลา อคาเดมี เพื่อฝึกหัด ให้พวกเขา กลายเป็นฮีโร่ ป้องกันโลก ได้แก่ หมายเลข 1 นักบินอวกาศ ผู้มีพละกำลัง สุดแข็งแกร่ง อาร์เธอร์ ( ทอม ฮอปเปอร์ )

หมายเลข 2 มือมีด ดิเอโก ( เดวิด แคสตานีดา ), หมายเลข 3 ดาราดัง ผู้สามารถบิดเบือนความจริง ด้วยคำโกหก อลิสัน ( เอมี เลเวอร์ แลมป์แมน ), หมายเลข 4 ผู้สามารถสื่อสาร กับวิญญาณได้ เคลาส์ ( โรเบิร์ต ชีฮาน ),

หมายเลข 5 เด็กชายไร้ชื่อ ผู้สามารถ เดินทางข้ามเวลาได้ (ไอแดน กัลลาเกอร์) หมายเลข 6 ได้เสียชีวิต และวานย่า ( เอลเลน เพจ ) หรือหมายเลข 7 ผู้ถูกตีตรา ว่าไร้พลัง แต่คอยบันทึกประวัติศาสตร์ ของพวกเขา เป็นหนังสือ

และก็ด้วย รอยแผล ในสมัยเด็ก ของพวกเขา ก็ทำให้ แต่ละคน แยกย้ายกันไป ตามทาง แต่จาก หลังการเสียชีวิตของ เซอร์เรจินัลด์ พวกเขา ก็ได้กลับมา รวมตัวกันอีกครั้ง

เพื่อหาสาเหตุ การเสียชีวิต ของพ่ออุปถัมภ์ และต้องร่วมมือกัน เพื่อหยุดยั้ง หายนะโลก ที่ถูกสั่งการโดย เดอะคอมมิชชั่น

 

The Umbrella Academy

 

สำหรับ การดำเนินเรื่อง ในซีรีส์ ต้องยอมรับว่า ผู้ชม อาจจะต้อง ปรับตัว เข้ากับสไตล์ การเล่าเรื่อง ไปพอสมควร และยิ่งบท สร้างปม ไว้เยอะเหลือเกิน

ทั้งปม ใครฆ่าพ่อ ของเหล่าเด็กกำพร้าซูเปอร์ฮีโร่แล้ว ยังมี ปมที่หมายเลข 5 พยายามหาทาง หยุดยั้ง วันสิ้นโลก ตามที่เขา ได้เดินทาง ข้ามเวลา ไปพบเจอ ให้ได้

ซึ่งการแบ่งเนื้อหาใน 10 ตอน ขอบอกว่า ตัวซีรีส์ ไม่ได้ ช่วยให้ผู้ชม เข้าใจเรื่องราว ได้ง่ายขึ้นเลย เพราะมัน เต็มไปด้วย เหตุการณ์ยิบย่อย มากมาย

แถม 10 ตอน ที่ถูกปล่อยมา เราก็ยังไม่ได้ รับรู้เรื่องราว ที่มาของพลัง จากเหล่าฮีโร่ แต่ละตัว มากนัก แต่จะเน้น ไปที่บาดแผล ทางจิตใจ ที่เซอร์ เรจินัลด์ ฮาร์กรีฟส์ ได้ทิ้งไว้ ในใจพวกเขา

โดยเหตุการณ์ ใน 10 ตอนนี้ มีการบอกเล่า ถึงตัวละครหลัก 6 ตัว ได้แบบไม่เป็นชิ้นเป็นอัน และอาจจะ ไม่ปะติดปะต่อ กันเท่าไหร่ เดาว่า คงจะพยายาม คุมโทน ของคอมิก เอาไว้ ซึ่งก็อาจจะ ไม่ถูกใจ ผู้ชม ในวงกว้าง สักเท่าไหร่

โดยเฉพาะ เหตุการณ์ใน 5 ตอนแรก ที่ซีรีส์ เอาเวลา ไปเล่าถึง เรื่องราวยิบย่อย มากกว่า ประเด็นหลัก โดยเฉพาะ 2 ปมหลัก

อย่างการหาสาเหตุ การเสียชีวิตของเซอร์ เรจินัลด์ ที่ดันมีแค่ สเปซบอย ผู้ดียว ที่ให้ความสำคัญ และปมนี้ ก็จบลง อย่างง่ายดาย ทั้งที่มัน เป็นปมเปิด ของซีรีส์เลย

ก่อนที่ตอนท้าย เราจะได้เจอ ปมที่แท้จริง ก็คือ ปมที่หมายเลข 5 พยายามหยุดยั้ง หายนะโลก ที่กว่าซีรีส์ จะทำให้ ปมนี้ กลายเป็นปม ที่รวมเหล่า ฮีโร่ ก็ปาไป ตอนที่ 4 แล้ว

แถมเมื่อถึง ตอนที่ 6 ซีรีส์ ก็ดัน ใช้พลอต เดินทางข้ามเวลา มาหักล้าง ทั้งหมดทุกอย่าง ที่ปูไว้ ใน 5 ตอนแรก แทบจะไม่มีปมสำคัญ อะไร มาสานต่อ อีกแล้ว

เว้นแต่ เพียงแค่ แนะนำตัวละคร ว่าใครเป็นใคร เท่านั้นเอง เพราะผ่านมา 5 ตอน เราก็ยังไม่ค่อย รู้จักตัวละคร แต่ละตัว เท่าไหร่นักเลย

 

The Umbrella Academy

 

แต่ก็ใช่ว่า The Umbrella Academy จะไม่มีความสนุก ไปเลย เพราะพอ เรื่องราว ถูกปูมาดีแล้ว ตอนที่ 7 เป็นต้นไป ซีรีส์ ก็เสิร์ฟฉากแอ็คชั่น และความโหด เลือดสาด กันแบบ ไม่เกรงใจใครเลย

และยังโชว์ สเปเชียล เอฟเฟกต์ เจ๋ง ๆ ได้แบบ ไม่น้อยหน้า หนังซูเปอร์ฮีโร่ ฟอร์มยักษ์ ฉายโรงเลย แม้ว่า จะมีบางจุด ที่เอฟเฟกต์ดู กลวง ๆ ไปบ้าง ก็ตาม

ส่วนนักแสดง ต้องชื่นชม ที่ทุกคน แสดงได้ดี สมบทบาท โดยเฉพาะ เอลเลน เพจ ที่ยังคง ฝีมือ ความสามารถ ในการแสดง บทดราม่า ได้ดีมาก ส่วน โรเบิร์ต ชีฮาน ก็รับบทตัวละคร LGBTQ อย่างเคลาส์ ได้อย่างมีเสน่ห์ น่าชื่นชม สมัครบาคาร่า

 

vastgibbon11

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top